เริ่มต้นเขียน PHP แบบ OOP

เริ่มต้นเขียน PHP แบบ OOP
by pairat.p | มีผู้อ่านล่าสุดเมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว

จำนวนผู้อ่าน
187
หัวข้อย่อย
9
ถูกใจ
1

PHP คือ ภาษาคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะของการประมวลผลที่เครื่องให้บริการ (Server) หรือที่เรียกกันว่า Server-Side ปัจจุบันนั้น PHP ถูกพัฒนาจนถึง Version 8.1 ในเนื้อหานี้เราจะเริ่มเขียน PHP แบบ OOP กันครับ

ทำความรู้จักกับ PHP กันก่อน

PHP ย่อมาจาก PHP Hypertext Preprocessor  

        เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะของการประมวลผลที่เครื่องให้บริการ (Server) หรือที่เรียกกันว่า Server-Side  คือ คำสั่งต่างๆ จะเก็บอยู่ในไฟล์ที่เรียกว่า สคริปต์ (Scrip) และเวลาใช้งานต้องอาศัยตัวแปรชุดคำสั่ง ซึ่งทำงานโดยสั่งงานจากเว็บเพจ ไปประมวลผลที่ Web Server จากนั้น ก็จะ respone กลับมาที่ web Browser ของเครื่อง Client ปัจจุบันนั้น PHP ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนถึง Version 8

      มี CMS หลายตัวที่ใช้ PHP เป็นโครงสร้างหลัก ยกตัวอย่าง WordPress,Joomla,Drupal ใน Version ใหม่ ๆ PHP ก็ได้มีการปรับในเรื่องของความเร็ว และ ความปลอดภัยเพิ่มขึ้น


 

ข้อดีคือ

  • มีการพัฒนา Version ออกมาอย่างต่อเนื่อง มีชุมชนที่ใหญ่ มี Framework ให้เลือกใช้มากมาย เรียนรู้ง่าย
  • เป็น Open Source เปิดให้นักพัฒนาทั่วไปเข้ามาช่วยกันพัฒนา
  • Maintenance เนื่องด้วยเป็นภาษาที่ได้รับความนิยม และ ง่ายต่อการเรียนรู้ หากองกรค์เกิดปัญหา การ Turnover พนักงาน ก็สามารถหาคนมาต่องานได้เร็วขึ้น

ข้อเสีย

  • PHP เป็น ภาษาสคริปต์ที่ประมวลผลทีละบรรทัด ดังนั้น เมื่อมีการ Request จาก Client เป็นจำนวนมาก จะทำให้ใช้ทรัพยากรที่ค่อนข้างสูง
PHP OOP ว่าด้วยเรื่องของ Classes and Objects

OOP (Object-Oriented Programing) คือการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ

การเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ  คือหนึ่งในรูปแบบการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่ถูกออกแบบมาให้โค้ดที่เราเขียนมีแบบแผนที่เหมาะสมพร้อมใช้ในการพัฒนาที่ซับซ้อนได้ ประโยชน์ของการเขียนแบบ OOP นั้น  ก็เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยที่มากขึ้น เพื่อช่วยลดข้อผิดพลาดของการเขียน Code ลงและทำให้งานไปเร็วขึ้นได้

ถ้าเราเปรียบ Class เหมือนรถยนต์ โดยมีคุณสมบัติ เช่น  ยี่ห้อรถ สี  เราสามารถกำหนดตัวแปรเช่น $bland,$color เพื่อเก็บค่าของคุณสมบัติเหล่านี้ เมื่อ Object แต่ละอย่าง ถูกสร้างขึ้น Object จะสืบทอดคุณสมบัติและพฤติกรรมทั้งหมดจาก Class

การกำหนด  Class  จะตั้งชื่อ Class ตามด้วยปีกกาเปิดปิด 

 class Car { 
 
 }

 

จาก Code ด้านล่างนี้เราจะประกาศ Class ชื่อ Car และมี  properties อยู่ 2 ชนิด และมี methods  2 ตัว คือ setBrand(),getBrand() เอาไว้ตั้งค่าและดึงค่าคุณสมบัติ ใน Class ตัวแปรจะเรียกว่า Properties และ function เรียกว่า Methods

class Car {
  // Properties
  public $brand;
  public $color;

  // Methods
  function setBrand($brand) {
    $this->brand= $brand;
  }
  function getBrand() {
    return $this->brand;
  }
}

 

กำหนดเรียกใช้งาน Objects ของ Class  โดยใช้ new ในการเรียกใช้ ตัวอย่าง $Toyota = new Car();  การใช้  $this ใน PHP เป็นการ อ้างอิงถึง methods ภายใน Class

class Car {
  // Properties
  public $brand;
  public $color;

  // Methods กำหนดค่า ยี่ห้อรถ
  function setBrand($brand) {
    $this->brand= $brand;
  }
  // Methods คืนค่า ยี่ห้อรถ
  function getBrand() {
    return $this->brand;
  }
}
$Toyota = new Car();
$Honda = new Car();
$Toyota->setBrand('Toyota');
$Honda->setBrand('Honda');

echo $Toyota->getBrand();
echo "<br>";
echo $Honda->getBrand();

ใน Code ด้านล่างนี้ เราจะลองเรียก ใช้ Methods  ที่กำหนดค่าสี  

class Car {
  // Properties
  public $brand;
  public $color;

  // Methods กำหนดค่า ยี่ห้อรถ
  function setBrand($brand) {
    $this->brand= $brand;
  }
  // Methods คืนค่า ยี่ห้อรถ
  function getBrand() {
    return $this->brand;
  }

  // Methods กำหนดค่า สีรถ
  function setColor($color) {
    $this->color= $color;
  }
  // Methods คืนค่า สีรถ
  function getColor() {
    return $this->color;
  }

}
$Toyota = new Car();
$Toyota->setBrand('Toyota');
$Toyota->setColor('สีบรอนซ์เทา');

echo $Toyota->getBrand();
echo "<br>";
echo $Toyota->getColor();

 

ใน Properties ที่ชื่อ $brand เราสามารถกำหนดค่าได้ 2 ทาง  

// วิธีที่หนึ่งกำหนดผ่าน Methods โดย Set ค่าไปที่ Properties 
class Car {
  public $brand;
  function setBrand($brand) {
    $this->brand = $brand;
  }
}
$Toyota = new Car();
$Toyota->setBrand("Toyota");

echo $Toyota->brand;
// อีกวิธีคือ Set ค่าไปที่ Properties ได้เลย
class Car {
  public $brand;
}
$Toyota = new Car();
$Toyota->brand = "Toyota";

echo $Toyota->brand;

 

 

ประเภทของ Constructor,Destructor

Constructor เป็น method เริ่มต้น เมื่อมีการสร้าง Object จาก Class จะเริ่มทำงานทันที  method  construct เริ่มต้นด้วยขีดล่างสองตัว (__)

class Car {
  public $brand;
  public $color;

  function __construct($brand) {
    $this->brand = $brand; 
  }
  function getBrand() {
    return $this->brand;
  }
}

$brand = new Car("BMW");
echo $brand->getBrand();

 

อีกตัวอย่าง 

class Car {
  public $brand;
  public $color;

  function __construct($brand, $color) {
    $this->brand = $brand;
    $this->color = $color;
  }
  function getBrand() {
    return $this->brand;
  }
  function getColor() {
    return $this->color;
  }
}

$car = new Car("BMW", "สีขาวมุก");
echo $car->getBrand();
echo "
";
echo $car->getColor();

 

__destruct วัตถุประสงค์หลักของ destructor คือการทำลายหรือลบวัตถุออกจากหน่วยความจำหลังจากที่โปรแกรมหยุดทำงานหรือกระบวนการสิ้นสุดลง

class Car {
  public $brand;
  public $color;

  function __construct($brand, $color) {
    $this->brand = $brand;
    $this->color = $color;
  }
  function __destruct() {
    echo "{$this->brand}  {$this->color} ";
  }
}

$car = new Car("BMW", "สีขาวมุก"); 
วิธีใช้งานประเภทของ Static ที่เป็นทั้ง Methods และ Properties

คุณสมบัติของ Static สามารถเรียกได้โดยตรง - โดยไม่ต้องสร้าง instance ของ Class

class FirstClass {
  public static $website = "deedev.com";
}
echo FirstClass::$website;

 

วิธีเรียกใช้งานเพียงใช้ double colon (::) ตามด้วยชื่อตัวแปร ถ้าหากอยู่ภายใน Class ก็เรียกผ่าน self:: ได้เลย

class PriceProduct {
  public static $value=100;
  public function staticNotVat() {
    return $this->priceNotVat(self::$value);
  }
  public function staticSumVat() {
    return $this->priceVat(self::$value);
  }
   //แยกราคาออกจากแวท
  public function priceNotVat($price)
  	{
  // $price = ราคารวมภาษี
   return round((($price)-round($price/1.07,4)*0.07),2);
	}
  //แยก vat ออกจากราคา
  public function priceVat($price)
  {
    return round((round($price/1.07,4)*0.07),2);
  }
}


$price = new PriceProduct();
echo "ราคายังไม่รวม Vat ".$price->staticNotVat()." บาท 
";
echo " Vat ".$price->staticSumVat()." บาท 
";
echo " รวม ".PriceProduct::$value." บาท 
";
การประกาศตัวแปร public,protected ,private และการเรียกใช้งาน

public คือ property หรือ method ที่เป็นค่าเริ่มต้น สามารถเรียกได้จากทุกที่

class  Car {
  // กำหนดตัวแปรแบบ public
  public $brand;

  // Method แบบ public
  public function getBrand($brand) {     
      return $brand;
  }    
}
  $car = new Car();
   echo $car->getBrand("Toyota");
   echo "<br>";
   echo $car->brand="Honda";

 

 protected คือ property  หรือ method  ที่สามารถเข้าถึงได้จากภายในคลาสย่อย ที่เกิดจากการถ่ายทอดคุณสมบัติ(Inheritance) เท่านั้น

 private  คือ property  หรือ method  ที่สามารถเข้าถึงได้จากคลาสตนเองเท่านั้น

class  Car {
    
    // กำหนดตัวแปรแบบ private
    private $brand;
    
    // กำหนดตัวแปรแบบ protected
    protected $color;
    // Method แบบ protected
    protected function getColor($color) {
       return $color;
    }
    
    private function getBrand($brand) {
       return $brand;
    }
}

class  CarDetails extends Car{
    // กำหนดตัวแปรแบบ public
    public $type;
    
    // Method แบบ public
    public function showColor($color) {
       return $this->getColor($color);
    }
    
    public function showBrand($brand)
    {
    return $this->getBrand($brand);
    }
 	
}

$color = new CarDetails;
// กำหนดค่าให้กับ public property ของ main class
echo $color->type = 'รถเก๋ง'; // ok
// 
echo $color->showColor('สีขาวมุก'); 

// จะไม่แสดงผล เนื่องจากเราไปเรียก private ใน Class Car อีกที
echo $color->showBrand('จากค่าย BMW'); 
ตัวอย่าง Work Shop สร้าง Form Validate Jquery และเรียกใช้งาน Functions

ตัวอย่าง Work Shop สร้าง Form Validate Jquery และเรียกใช้งาน Functions ภายในหน้าเดียวกัน

  1. สร้างไฟล์ exmp.php 
  2. ใส่ Code ดังนี้

แทรก Code PHP - Class CheckVat โดยมี 2 method ทำหน้าที่แยก กันดังนี้  priceNotVat ทำหน้าที่แยกราคาต้นทุนออกจากภาษี

priceVat ทำหน้าที่แยกภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % ออกจาก ราคาเต็ม

 class CheckVat
    {
      //แยกราคาออกจากแวท
      public function priceNotVat($price)
      {
              return round((($price)-round($price/1.07,4)*0.07),2);
      }
      //แยกแวทออกจากราคา
      public function priceVat($price)
      {
          return round((round($price/1.07,4)*0.07),2);
      }
    }
 

แทรก Code javascripts โดยจะเป็นการบังคับ price-form ให้กรอกข้อมูลที่เป็นตัวเลขเท่านั้น 

<script>
  $(document).ready(function() {
    $("#price-form").validate({
        rules: {
          price: {
                required: true,
                number: true
            },
        },
        messages: {
          price: 'ใส่ราคาเต็มเป็นตัวเลข',
        },
        submitHandler: function(form) {
          return true;
        }
    });
  });
</script>

Code เต็ม ลองนำไปเล่นได้ครับ

<!DOCTYPE html>
<html lang="en">
<head>
  <title>ตัวอย่าง Work Shop สร้าง Form Validate Jquery และเรียกใช้งาน Functions</title>
  <meta charset="utf-8">
  <meta name="viewport" content="width=device-width, initial-scale=1">
  <link rel="stylesheet" href="https://cdn.jsdelivr.net/npm/[email protected]/dist/css/bootstrap.min.css">
  <script src="https://cdn.jsdelivr.net/npm/[email protected]/dist/jquery.slim.min.js"></script>
  <script src="https://cdn.jsdelivr.net/npm/[email protected]/dist/umd/popper.min.js"></script>
  <script src="https://cdn.jsdelivr.net/npm/[email protected]/dist/js/bootstrap.bundle.min.js"></script>
  <script src="https://cdn.jsdelivr.net/npm/[email protected]/dist/jquery.validate.js"></script>
  <style>
  .error{
    color:red;
  }
</style>
</head>
<body>

<?php
    class CheckVat
    {
      //แยกราคาออกจากแวท
      public function priceNotVat($price)
      {
          // $price = ราคารวมภาษี
              return round((($price)-round($price/1.07,4)*0.07),2);
      }
      //แยกแวทออกจากราคา
      public function priceVat($price)
      {
          return round((round($price/1.07,4)*0.07),2);
      }
    }

    $pr=new CheckVat();
    $price =0;
    if(isset($_POST['price'])){
      $price=$_POST['price'];
    }
?>

<div class="jumbotron text-center">
  <h1>PHP OOP By Deedev.com</h1>
  <p> ตัวอย่าง Work Shop สร้าง Form Validate Jquery และเรียกใช้งาน Functions </p>
</div>

<div class="container">
<div class="row">

             <div class="col-md-12 col-md-offset-2">
                <form class="card p-2" id="price-form" action="/workshop/exmp1.php" method="POST" novalidate>
                <div class="form-group">
                  <input type="number" class="form-control" name="price"  placeholder="ใส่ราคาเต็มรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม">
                </div>
                  <button type="submit" class="btn btn-primary">คำนวณ</button>
                </form>
                    <h5 class="text-right"> ราคายังไม่รวม Vat : <?php echo $pr->priceNotVat($price); ?> บาท</h5>
                    <h5 class="text-right"> Vat : <?php echo $pr->priceVat($price); ?>  บาท</h5>
                    <h5 class="text-right"> รวม : <strong class="text-danger"> <?php echo $price; ?> </strong>  บาท</h5>
                  </div>
        </div>
    </div>
</div>
<script>
  $(document).ready(function() {
    $("#price-form").validate({
        rules: {
          price: {
                required: true,
                number: true
            },
        },
        messages: {
          price: 'ใส่ราคาเต็มเป็นตัวเลข',
        },
        submitHandler: function(form) {
          return true;
        }
    });
  });
</script>
</body>
</html>

 

 

ตัวอย่าง Work Shop สร้าง form และ สร้าง class เพื่อเพิ่มข้อมูลลง Database

ใน Work Shop นี้เราจะมา สร้าง form เพื่อส่งข้อมูลไปบันทึกลงใน database กันครับ

  • สร้าง ไฟล์ index.php 
  • ตัวอย่างไฟล์ PHP 
  <!DOCTYPE html>
<html lang="en">
<head>
  <title>ตัวอย่าง Work Shop สร้าง form และ สร้าง class เพื่อเพิ่มข้อมูลลง Database</title>
  <meta charset="utf-8">
  <meta name="viewport" content="width=device-width, initial-scale=1">
  <link rel="stylesheet" href="https://cdn.jsdelivr.net/npm/[email protected]/dist/css/bootstrap.min.css">
  <script src="https://cdn.jsdelivr.net/npm/[email protected]/dist/jquery.slim.min.js"></script>
  <script src="https://cdn.jsdelivr.net/npm/[email protected]/dist/umd/popper.min.js"></script>
  <script src="https://cdn.jsdelivr.net/npm/[email protected]/dist/js/bootstrap.bundle.min.js"></script>
  <script src="https://cdn.jsdelivr.net/npm/[email protected]/dist/jquery.validate.js"></script>
  <style>
  .error{
    color:red;
  }
</style>
</head>
<body>

<div class="jumbotron text-center">
  <h1>PHP OOP</h1>
  <p> ตัวอย่าง Work Shop สร้าง form และ สร้าง class เพื่อเพิ่มข้อมูลลง Database </p>
</div>

<div class="container">
<div class="row">

             <div class="col-md-12 col-md-offset-2">
                <form class="card p-2" id="price-form" action="/workshop/insert.php" method="POST" novalidate>
                <div class="input-group mb-3">
                    <div class="input-group-prepend">
                      <span class="input-group-text">โปรดระบุชื่อ</span>
                    </div>
                    <input type="text" class="form-control" placeholder="ชื่อ" name="FirstName">
                  </div>
                  <div class="input-group mb-3">
                    <div class="input-group-prepend">
                      <span class="input-group-text">โปรดระบุนามสกุล</span>
                    </div>
                    <input type="text" class="form-control" placeholder="สกุล" name="LastName">
                  </div>
                  <div class="input-group mb-3">
                  <div class="input-group-prepend">
                      <span class="input-group-text">โปรดระบุเบอร์มือถือ</span>
                    </div>
                    <input type="text" class="form-control" placeholder="เบอร์มือถือ" name="MobileNumber">
                  </div>
                  <div class="input-group mb-3">
                  <div class="input-group-prepend">
                      <span class="input-group-text">โปรดระบุ Email</span>
                    </div>
                    <input type="email" class="form-control" placeholder="Email" name="Email">
                  </div>
                  <button type="submit" class="btn btn-primary">บันทึก</button>
                </form>

                  </div>
        </div>
    </div>
</div>
<script>
  $(document).ready(function() {
    $("#price-form").validate({
        rules: {
          FirstName: {
                required: true,
            },
            LastName: {
                required: true,
            },
            MobileNumber: {
                required: true,
                number:true,
                min:10,
            },
            Email: {
                required: true,
                email:true
            },
        },
        messages: {
          FirstName: 'โปรดระบุชื่อ',
          LastName: 'โปรดระบุนามสกุล',
          MobileNumber: 'โปรดระบุเบอร์มือถือเป็นตัวเลข',
          Email: 'โปรดระบุ Email ให้ถูกต้อง',
        },
        submitHandler: function(form) {
          return true;
        }
    });
  });
</script>
</body>
</html>
  • เข้าไปที่  php myadmin สร้าง Table ที่ชื่อ member
CREATE TABLE `member` (
  `MemberID` int(11) NOT NULL,
  `FirstName` varchar(100) NOT NULL,
  `LastName` varchar(100) NOT NULL,
  `MobileNumber` int(11) NOT NULL,
  `Email` varchar(100) NOT NULL,
  `CreateDate` datetime NOT NULL,
  `UpdateDate` datetime NOT NULL
) ENGINE=InnoDB DEFAULT CHARSET=utf8mb4;

 

  • สร้างไฟล์ connectDB.php ตามตัวอย่าง code
class connectDB {

    public static function connectmysql()
    {
        $servername = "127.0.0.1";
        $username = "root";
        $password = "";
        $dbname = "profile";
        
        // Create connection
        $conn = new mysqli($servername, $username, $password,$dbname);

        // Check connection
        if ($conn->connect_error) {
        return die("Connection failed: " . $conn->connect_error);
        }
        return $conn;
    }
 }
  • สร้างไฟล์ ชื่อ insert.php เอาไว้รับค่า จาก form ที่ส่งไป
  • เรียกใช้ไฟล์ connectDB
  • ตรวจสอบว่ามีการส่งค่า POST มาหรือไม่
  require 'connectDB.php';
  
  if(!empty($_POST)){
    $v=$_POST;
    $cn=connectDB::connectmysql();

    $sql = "INSERT INTO member (FirstName, LastName, MobileNumber,Email,CreateDate)
    VALUES ('".$v['FirstName']."'
    ,'".$v['LastName']."'
    ,'".$v['MobileNumber']."'
    ,'".$v['Email']."'
    ,'".date('Y-m-d H:i:s')."')";

      if ($cn->query($sql) === TRUE) {
        echo "New record created successfully";
      } else {
        echo "Error: " . $sql . "
" . $cn->error;
      }
    $cn->close();
  }

 

 

ตัวอย่าง Work Shop นำข้อมูลมาแสดงด้วย Datatables แบบ ปกติ

ใน  Work Shop นี้จะต่อ ยอดจาก Work Shop ที่แล้ว แต่จะเป็นการนำข้อมูลมาแสดงในรูปแบบ Datatables  

  • สร้างไฟล์ datatable.php
  • จาก code จะมีการเรียก datatable มาใช้ ทั้งส่วนที่เป็น js และ css
<!DOCTYPE html>
<html lang="en">
<head>
<meta charset="utf-8">
  <meta name="viewport" content="width=device-width, initial-scale=1">
  <link rel="stylesheet" href="https://cdn.jsdelivr.net/npm/[email protected]/dist/css/bootstrap.min.css">
  <link rel="stylesheet" type="text/css" href="https://cdn.datatables.net/1.12.1/css/jquery.dataTables.min.css" />

  <script src="https://cdn.jsdelivr.net/npm/[email protected]/dist/jquery.slim.min.js"></script>
  <script src="https://cdn.jsdelivr.net/npm/[email protected]/dist/umd/popper.min.js"></script>
  <script src="https://cdn.jsdelivr.net/npm/[email protected]/dist/js/bootstrap.bundle.min.js"></script>
  <script src="https://cdn.jsdelivr.net/npm/[email protected]/dist/jquery.validate.js"></script>
  <script src="https://cdnjs.cloudflare.com/ajax/libs/jquery/3.5.1/jquery.min.js"></script>
  <script src="https://cdn.datatables.net/1.12.1/js/jquery.dataTables.min.js"></script>

  <style>
  .error{
    color:red;
  }
</style>
</head>
<body>

<div class="jumbotron text-center">
  <h1>PHP OOP</h1>
  <p> ตัวอย่าง Work Shop นำข้อมูลมาแสดงด้วย Datatables แบบ ปกติ  </p>
</div>
<?php require 'connectDB.php';
      $sql="select * from member";

      // functions แสดงข้อมูลแบบ Array
      $obj = connectDB::getArr($sql);

?>
<div class="container">
<div class="row">
             <div class="col-md-12 col-md-offset-2">
             <table id="member" class="table table-striped table-bordered table-hover" >
             <thead>
                  <tr>
                      <th style="widt:10px">#</th>
                      <th>ชื่อ</th>
                      <th>สกุล</th>
                      <th>เบอร์มือถือ</th>
                      <th>Email</th>
                      <th>เป็นสมาชิกเมื่อ</th>
                  </tr>
              </thead>
                  <?php
                  foreach ($obj as $k => $v) {
                    echo '
                    <tr>
                        <td>'.($k+1).'</td>
                        <td>'.$v['FirstName'].'</td>
                        <td>'.$v['LastName'].'</td>
                        <td>'.$v['MobileNumber'].'</td>
                        <td>'.$v['Email'].'</td>
                        <td>'.$v['CreateDate'].'</td>
                    </tr>
                    ';
                  }
                  ?>
              </table>
                <hr>
                <?php
                // functions แสดงข้อมูลแบบ Object
                $objT = connectDB::getObj($sql);
              ?>
              <table id="memberObj" class="table table-striped table-bordered table-hover" >
             <thead>
                  <tr>
                      <th style="widt:10px">#</th>
                      <th>ชื่อ</th>
                      <th>สกุล</th>
                      <th>เบอร์มือถือ</th>
                      <th>Email</th>
                      <th>เป็นสมาชิกเมื่อ</th>
                  </tr>
              </thead>
                  <?php
                  foreach ($objT as $k => $v) {
                    echo '
                    <tr>
                        <td>'.($k+1).'</td>
                        <td>'.$v->FirstName.'</td>
                        <td>'.$v->LastName.'</td>
                        <td>'.$v->MobileNumber.'</td>
                        <td>'.$v->Email.'</td>
                        <td>'.$v->CreateDate.'</td>
                    </tr>
                    ';
                  }
                  ?>
              </table>
              </div>
        </div>
    </div>
</div>

<script>
  $(document).ready(function() {
            $("#member").DataTable();
            $("#memberObj").DataTable();
  });
</script>
</body>
</html>

ที่ไฟล์ connectDB.php เพิ่ม method สำหรับ query ข้อมูลออกมาเป็น ทั้งแบบ array และ object 

นำ Try ... Catch มาใช้ เพื่อดักจับข้อผิดพลาด (Exception) และแก้ไขสิ่งเหล่านั้น เพื่อป้องกันการทำงานที่ผิดพลาดของโปรแกรม และสร้างทางเลือกสำหรับการทำงานหากพบข้อผิดพลาดในลักษณะต่าง ๆ



    public static function connectmysql()
    {
        $servername = "127.0.0.1";
        $username = "root";
        $password = "";
        $dbname = "profile";
        // Create connection
        $conn = new mysqli($servername, $username, $password,$dbname);
        // Check connection
        if ($conn->connect_error) {
        return die("Connection failed: " . $conn->connect_error);
        }
        return $conn;
    }

/*
|--------------------------------------------------------------------------
| เป็นการ query แล้วเรียกแสดงข้อมูลแบบ array ตัวอย่าง $obj['FirstName']
|--------------------------------------------------------------------------
*/
    public static function getArr($sql)
    {
        try {
            $result_array = array();
            $cn=self::connectmysql();
            if($cn)
            {
                $result = mysqli_query($cn, $sql);

                if (mysqli_num_rows($result) > 0) {

                        while($row = mysqli_fetch_assoc($result)) {
                            $result_array[] = $row;
                        }
                        mysqli_close($cn);
                        return $result_array;

                    }
                }

    }
            catch (\Exception $e) {
            return $e->getMessage();
   }

    }
    /*
    |--------------------------------------------------------------------------
    | เป็นการ query แล้วเรียกแสดงข้อมูลแบบ object ตัวอย่าง $obj->FirstName
    |--------------------------------------------------------------------------
    */
    public static function getObj($sql)
    {

        try {

            $result_object = array();
            $result_array = array();
            $cn=self::connectmysql();
            if($cn)
            {
                $result = mysqli_query($cn, $sql);
                while($row = mysqli_fetch_assoc($result)) {

                    array_push($result_array,$row);
                    foreach($result_array as $k => $v)
                    {
                        $result_object[$k] = (object) $v;
                    }
                }
                    mysqli_close($cn);
                    return   $result_object;
            }
          }
          catch (\Exception $e) {
            return $e->getMessage();
      }
    }

 

เพิ่มส่วน code javascript 

 $(document).ready(function() {
       $("#member").DataTable();
  });

 

ตัวอย่าง Work Shop นำข้อมูลมาแสดงด้วย Datatables แบบ Server Side

ใน workshop นี้  จะเป็นการต่อยอดจาก workshop ก่อนหน้านี้ ซึ่งจะเป็นการนำข้อมูลมาแสดง โดยใช้ datatable แบบ Server Side ข้อดีของแบบ server side นั้น กรณีข้อมูลของเรามีจำนวนมาก จะช่วยทำให้ ดึงข้อมูลมาแสดงได้เร็วขึ้น

  • สร้างไฟล์ datatable2.php
  • วาง Code ลงไปใน file 
<!DOCTYPE html>
<html lang="en">
<head>
  <title> ตัวอย่าง Work Shop นำข้อมูลมาแสดงด้วย Datatables แบบ Server Side </title>
  <meta charset="utf-8">
  <meta name="viewport" content="width=device-width, initial-scale=1">
  <link rel="stylesheet" href="https://cdn.jsdelivr.net/npm/[email protected]/dist/css/bootstrap.min.css">
  <link rel="stylesheet" type="text/css" href="https://cdn.datatables.net/1.12.1/css/jquery.dataTables.min.css" />

  <script src="https://cdn.jsdelivr.net/npm/[email protected]/dist/jquery.slim.min.js"></script>
  <script src="https://cdn.jsdelivr.net/npm/[email protected]/dist/umd/popper.min.js"></script>
  <script src="https://cdn.jsdelivr.net/npm/[email protected]/dist/js/bootstrap.bundle.min.js"></script>
  <script src="https://cdn.jsdelivr.net/npm/[email protected]/dist/jquery.validate.js"></script>
  <script src="https://cdnjs.cloudflare.com/ajax/libs/jquery/3.5.1/jquery.min.js"></script>

  <script src="https://cdn.datatables.net/1.12.1/js/jquery.dataTables.min.js"></script>

  <style>
  .error{
    color:red;
  }
</style>
</head>
<body>

<div class="jumbotron text-center">
  <h1>PHP OOP</h1>
  <p> ตัวอย่าง Work Shop นำข้อมูลมาแสดงด้วย Datatables แบบ Server Side </p>
</div>
<div class="container">
<div class="row">
             <div class="col-md-12 col-md-offset-2">
             <table id="member" class="table table-striped table-bordered table-hover" >
             <thead>
                  <tr>
                      <th style="widt:10px">#</th>
                      <th>ชื่อ</th>
                      <th>สกุล</th>
                      <th>เบอร์มือถือ</th>
                      <th>Email</th>
                      <th>เป็นสมาชิกเมื่อ</th>
                  </tr>
              </thead>
              </table>
              </div>
        </div>
    </div>
</div>
<script>
  $(document).ready(function() {
        $("#member").DataTable({
        "autoWidth": true,
        pageLength: 10,
        serverSide: true,
        processing: false,
        bDestroy: true,
        ajax: {
            type:"POST",
            url:  'memberjson.php'
        },
        'columns': [
           {
                className:'text-center',
                data: "RowID",
           },
            {
                className:'text-center',
                data:'FirstName'
            },
            {
                className:'text-center',
                data:'LastName'
            },
            {
                className:'text-center',
                data:'MobileNumber'
            },
            {
                className:'text-center',
                data:'Email'
            },
            {
                className:'text-center',
                data:'CreateDate'
            },
        ],
      });
  });
</script>
</body>
</html>

จะมีส่วนที่เพิ่มเข้ามาส่วนที่เป็น javascript ที่เรียกใช้งาน datatable แบบ ajax

 $(document).ready(function() {
        $("#member").DataTable({
        "autoWidth": true,
        pageLength: 10,
        serverSide: true,
        processing: false,
        bDestroy: true,
        ajax: {
            type:"POST",
            url:  'memberjson.php'
        },
        'columns': [
           {
                className:'text-center',
                data: "RowID",
           },
            {
                className:'text-center',
                data:'FirstName'
            },
            {
                className:'text-center',
                data:'LastName'
            },
            {
                className:'text-center',
                data:'MobileNumber'
            },
            {
                className:'text-center',
                data:'Email'
            },
            {
                className:'text-center',
                data:'CreateDate'
            },
        ],
      });
  });
  • สร้างไฟล์ member.json
  • วาง code ลงไป
/*
|--------------------------------------------------------------------------
| เรียกใช้ connectDB
|--------------------------------------------------------------------------
*/
  require 'connectDB.php';

/*
|--------------------------------------------------------------------------
| ตั้งค่า POST ที่ถูกส่งมาจาก datatable
|--------------------------------------------------------------------------
*/
   $order_index = $_POST['order'][0]['column'];
   $start = $_POST['start'];

   if($start !=0)
      {
           $start = $start+1;
           $length=$_POST['start'] + $_POST['length'];
      }else{
           $length= $_POST['length'];
      }
   $page_size = $length;
   $keyword = trim($_POST['search']['value']);
   $param['column'] = $_POST["columns"][''.$order_index.'']['data'];
   $dir = $_POST['order'][0]['dir'];

/*
|--------------------------------------------------------------------------
|  เช็คว่ามีการ search เข้ามาหรือไม่
|--------------------------------------------------------------------------
*/
    $sqlx="";
   if($keyword)
   {
     $sqlx="where (FirstName Like '%".$keyword."%' OR LastName Like '%".$keyword."%' OR MobileNumber Like '%".$keyword."%' OR Email Like '%".$keyword."%' ) ";
   }

/*
|--------------------------------------------------------------------------
|  เขียน query และส่ง ไปที่ connectDB::getArr
|--------------------------------------------------------------------------
*/
   $sql="
   select *,row_number() over (order by MemberID desc)  AS RowID   from  member
     ".$sqlx." ";
  $obj = connectDB::getArr($sql);

/*
|--------------------------------------------------------------------------
|  ใส่เงื่อนไขให้ query ตัวอย่าง limit 0,10 คือ ให้แสดง row ที่ 0 - 10
|--------------------------------------------------------------------------
*/
  $sql .="LIMIT ".$start.",".$page_size;
  $objOne = connectDB::getArr($sql);

/*
|--------------------------------------------------------------------------
|  เช็คจำนวน row เพื่อ respone กลับไปให้ datatable
|--------------------------------------------------------------------------
*/
  $total=0;
  $totalOne=0;
  if(!empty($obj))
  {
       $total = count($obj);
       $totalOne = count($objOne);
  }

/*
|--------------------------------------------------------------------------
|  ตั้งค่ารูปแบบข้อมูลกับไป ให้ datatable
|--------------------------------------------------------------------------
*/
  $data['draw'] = $_POST['draw'];
  $data['recordsTotal'] = $totalOne;
  $data['recordsFiltered'] = $total;
  $data['data'] = $objOne;
  $data['error'] = '';

  echo json_encode($data);
  • connectDB ก่อนหน้านี้
class connectDB{


    public static function connectmysql()
    {
        $servername = "127.0.0.1";
        $username = "root";
        $password = "";
        $dbname = "profile";
        // Create connection
        $conn = new mysqli($servername, $username, $password,$dbname);
        // Check connection
        if ($conn->connect_error) {
        return die("Connection failed: " . $conn->connect_error);
        }
        return $conn;
    }

/*
|--------------------------------------------------------------------------
| เป็นการ query แล้วเรียกแสดงข้อมูลแบบ array ตัวอย่าง $obj['FirstName']
|--------------------------------------------------------------------------
*/
    public static function getArr($sql)
    {
        try {
            $result_array = array();
            $cn=self::connectmysql();
            if($cn)
            {
                $result = mysqli_query($cn, $sql);

                if (mysqli_num_rows($result) > 0) {

                        while($row = mysqli_fetch_assoc($result)) {
                            $result_array[] = $row;
                        }
                        mysqli_close($cn);
                        return $result_array;

                    }
                }

    }
            catch (\Exception $e) {
            return $e->getMessage();
   }

    }
    /*
    |--------------------------------------------------------------------------
    | เป็นการ query แล้วเรียกแสดงข้อมูลแบบ object ตัวอย่าง $obj->FirstName
    |--------------------------------------------------------------------------
    */
    public static function getObj($sql)
    {

        try {

            $result_object = array();
            $result_array = array();
            $cn=self::connectmysql();
            if($cn)
            {
                $result = mysqli_query($cn, $sql);
                while($row = mysqli_fetch_assoc($result)) {

                    array_push($result_array,$row);
                    foreach($result_array as $k => $v)
                    {
                        $result_object[$k] = (object) $v;
                    }
                }
                    mysqli_close($cn);
                    return   $result_object;
            }
          }
          catch (\Exception $e) {
            return $e->getMessage();
      }
    }
}